Moral Principle

" . . . การทำงานใหญ่ ๆ ทุกอย่าง ต้องการเวลามาก กว่าจะทำสำเร็จ ผู้ที่เริ่มโครงการอาจไม่ทันทำให้สำเร็จโดยตลอดด้วยตนเองก็ได้ ต้องมีผู้อื่นรับทำต่อไป ดังนั้น ไม่ควรยกเอาเรื่องใครเป็นผู้เริ่มงาน ใครเป็นผู้รับช่วงงาน ขึ้นเป็นข้อสำคัญนัก จะต้องถือผลสำเร็จที่จะเกิดจากงาน เป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น . . ."

พระบรมราโชวาท
๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๔

Home News & Information Open Source Project

Open Source Project

โครงการห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์โอเพ่นซอร์ส

Ubuntu Logo โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช มองเห็นความสำคัญของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นคุณธรรม จริยธรรม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น โดยเฉพาะในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา ในปีการศึกษา 2552 กลุ่มงานคอมพิวเตอร์ที่รับหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ จึงได้ริเริ่มดำเนินงานโครงการห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์โอเพ่นซอร์สเต็มระบบ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  • ส่งเสริมการใช้ระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
  • สร้างความตระหนักในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น
  • ลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านการจัดซื้อ จัดหาระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ใช้งานในโรงเรียน
  • เปิดโลกกว้างให้กับผู้เรียนได้รู้จักระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ที่เป็นคอมเมอเชียลแวร์ ฟรีแวร์ แชร์แวร์ และโอเพ่นซอร์ส สามารถนำมาใช้งานทดแทนกันได้ทันทีด้วยคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกัน เทียบเท่ากัน หรือดีกว่า
ในการดำเนินการเบื้องต้นนั้น คณะครูผู้สอนเห็นชอบด้วยที่จะใช้โอเพ่นซอร์สทั้งหมดในห้องเรียนเพื่อทดแทนระบบปฏิบัติการวินโดว์ ชุดออฟฟิศ และโปรแกรมอื่น โดยเลิกล้มความคิดที่ว่า เมื่อนักเรียนกลับบ้านไปแล้วเขาจะใช้โปรแกรมอะไร จะสามารถฝึกฝนที่บ้านได้หรือไม่? เพราะเราสอนหลักการใช้งานซอฟท์แวร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีคอนเซปต์การทำงานเหมือนกัน แตกต่างกันที่หน้าตา (GUI - Graphic User Interface) และเมนูเล็กๆ น้อยๆ ที่ต่างกันที่ชื่อหรือคำสั่งบางคำสั่งย้ายที่ย้ายทาง หากผู้เรียนสร้างความคุ้นเคยแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากในการเรียนรู้

พวกเราคิดว่า เหมือนกับเราเรียนรู้หลาย ภาษา ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ลาว เขมร พม่า เวียตนาม แม้จะต่างแต่ก็มีส่วนประกอบร่วมในลักษณะการสื่อสารอยู่ดี คอมพิวเตอร์ก็ไม่แตกต่างที่เราจะเรียนรู้และเลือกใช้ตามชอบ รู้หลายอย่างหลายโปรแกรม สามารถใช้งานได้คล่องแคล่ว ก็จะได้เปรียบกว่าในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต เพราะในปัจจุบันนี้โลกธุรกิจต่างก็แสวงหาหนทางลดภาระค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มผลกำไรให้มากขึ้น ค่าใช้จ่ายในส่วนระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์นั้นมีมากในโลกธุรกิจไร้พรมแดนเช่นปัจจุบัน

ประสบการณ์การใช้งานซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์สในโรงเรียน
   
        ก่อนจะบอกเล่าถึงการใช้งานโอเพ่นซอร์สในโรงเรียน ก็ขอเล่าถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก่อน ผู้เขียนในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่แห่งนี้ ได้ดำเนินการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในการเรียนการสอนโดยวิธีการ เช่าใช้ มาต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 6 ประสบปัญหามากมายตั้งแต่เรื่องการติดตั้งระบบปฏิบัติการ ซอฟท์แวร์ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน การป้องกันและกำจัดไวรัส สปายแวร์ ซึ่งไม่ต้องถามถึงแหล่งที่มาของซอฟท์แวร์และระบบปฏิบัติการว่าได้มายังไง เป็นที่เข้าใจกัน แม้จะดำเนินการโดยบริษัทผู้ให้เช่าในการติดตั้ง ดูแลรักษาเครื่องให้สามารถใช้งานได้ แต่ก็มีปัญหาที่ต้องแก้ไขกันเป็นรายวัน
        เมื่อ 2-3 ปีมานี้ ปัญหาเดิมยังแก้ไม่ได้ (เรื่องไวรัส สปายแวร์ที่ก่อกวน) ปัญหาใหม่คือ เกมออนไลน์ ออฟไลน์ ก็มาฮอตฮิตติดลมบนกันเข้าให้อีก สื่อบันทึกข้อมูลประเภทเคลื่อนที่ได้ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก แต่ราคาถูกลง (USB Drive) ทำให้การแพร่หลายของเกมรวดเร็วจนยากจะห้ามปราม แค่นำเกมแบบพอร์ทเทเบิ้ลมาเสียบเข้าเครื่อง จัดการแชร์เล่นกันได้ทั้งห้องภายในพริบตา แล้วจะมีหน้าไหนสนใจครูสอนบ้างล่ะ? เปิดศึกยิงกันสนั่นห้องเรียน ทำให้ครูผู้สอนหลายคนเริ่มมาบ่นให้ผู้เขียนฟังแล้วว่า จะทำอย่างไรให้นักเรียนสนใจการเรียนแทนการเล่นเกม? เข้าทางทันทีเลย...
        โอเพ่นซอร์ส คือทางสว่างของผู้เขียนมาตั้งแต่ต้น แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้อะไรดี แล้วจะมีซอฟท์แวร์ตัวใดที่จะมาใช้ทดแทนการเรียนการสอนทางฝั่งวินโดว์ได้บ้าง ลองมาดูรายชื่อ เนื้อหาวิชาและซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้องในโรงเรียนที่ผู้เขียนทำงานอยู่กัน หน่อย

  1. เทคโนโลยีสารสนเทศ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซอฟท์แวร์ที่ใช้ไม่จำเพาะเจาะจงมากนัก จุดประสงค์เพื่อให้เข้าใจในเรื่องของคอมพิวเตอร์ การสืบค้น ค้นหาข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การทำรายงาน นำเสนอข้อมูล ในระบบปฏิบัติการวินโดว์ก็จะใช้บราวเซอร์ (Internet Explorer) ซอฟท์แวร์สำนักงาน (MS Office) ในฝั่งโอเพ่นซอร์ส สามารถใช้ Firefox, OpenOffice ทดแทนได้เลย
  2. การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นการเรียนรู้โครงสร้างการเขียนโปรแกรม การเขียนโปรแกรมอย่างง่ายภาษาโลโก้ (MSWLogo) ในฝั่งโอเพ่นซอร์ส สามารถใช้ Kturtle แทนได้เลย ความจริงมีอีกหลายตัวที่ใช้สอนได้ เช่น Lafontaine, Starlogo, FMSLogo แต่บางตัวต้องรันผ่าน Wine ซึ่งอาจจะมีผลกระทบตามมา เพราะเกมจะเข้ามาทาง wine ได้อีก
  3. การนำเสนอด้วยสื่อประสม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นการเรียนรู้การนำเสนอผ่านซอฟท์แวร์นำเสนออย่าง MS PowerPoint การใช้ซอฟท์แวร์จัดการรูปภาพ Paint, ACDsee, Photoshop สามารถใช้ The GIMP, OO Draw, OO Impress แทนได้อย่างไม่ขัดเขิน
  4. การพัฒนาโปรแกรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เดิมๆ ก็ใช้ VB, C# ในทางโอเพนซอร์สมีมากมายหลายตัวให้เลือกใช้ หรือแม้แต่จะใช้ Text Editor ธรรมดานี่ก็ยังใช้ได้เหมือนกัน
  5. การสร้างภาพกราฟิก และออกแบบเขียนเว็บไซต์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เดิมในวินโดว์ก็ใช้ Photoshop, Flash, Dreamweaver ในฝั่งโอเพ่นซอร์สก็สามารถใช้ The GIMP, F4L, Screem HTML Editor, Quanta Plus ได้เลย

   
        หลังจากศึกษาระบบปฏิบัติการที่จะนำมาใช้งานในห้องเรียนทดแทนระบบปฏิบัติการวินโดว์ จำนวน 3 ดิสโตร คือ Ubuntu, Fedora, OpenSUSE พบว่า การจะเปลี่ยนผ่านได้คุ้นเคยใกล้เคียงกับระบบปฏิบัติการวินโดว์มากที่สุดคือ Ubuntu 9.04 จึงได้เลือกมาติดตั้งในห้องเรียนจำนวน 186 เครื่อง โดยครูผู้สอนทุกคนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง แม้จะไม่เต็มใจมากนัก (คนเรามักจะกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่ช่างเถอะ ปัญหามีไว้แก้)

การติดตั้ง Ubuntu 9.04

        ไม่มีอะไรมากเพราะ เราติดตั้งระบบเดียวจัดการทั้งฮาร์ดดิสก์ได้เลย นอกจากจะได้ระบบปฏิบัติการสดใหม่แล้ว บรรดาไวรัส สปายแวร์ทั้งหลายที่ฝังตัวในมาสเตอร์บูตเรคอร์ด (MBR) ก็จะถูกกำจัดไปด้วย ตอนแรกทดสอบด้วยการติดตั้งเพียงเครื่องเดียว อัพเดทแพ็กเกจต่างๆ รวมทั้งปรุงแต่งคัดเลือกซอฟท์แวร์ที่ต้องการกะว่าจะทำการก็อปปี้ฮาร์ดดิสก์ ทั้งลูกไปเลย ผลลัพทธ์ที่เกิดขึ้นคือเสียเวลานานมากนับชั่วโมงต่อเครื่อง สุดท้ายก็เลยต้องมาติดตั้งทีละเครื่องเร็วกว่า (หรือว่าผู้เขียนและทีมงานยังทำด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องก็ไม่ทราบได้) ปรับเปลี่ยนเมนูเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เพราะต้องการให้ผู้เรียนเคยชินกับคำสั่งบนเมนู และสามารถใช้โปรแกรมอื่นๆ ได้ง่ายในทุกๆ ระบบปฏิบัติการ

        เปิดภาคเรียนทดลองใช้งานจริงๆ สัปดาห์แรกผ่านไปด้วยดี ไม่มีใครบ่นอะไรให้ฟัง จากการสังเกตแม้ไม่ได้สอนวิธีการใช้งาน นักเรียนทุกคนสามารถใช้งานได้ไม่มีปัญหา โดยเฉพาะนักเรียนระดับชั้น ม. 1 เปิดบราวเซอร์หาข้อมูลผ่านเพื่อนกู (Google) ได้ พิมพ์งานเอกสาร สร้างงานต่างๆ ได้ พอสัปดาห์ที่สองมีเสียงบ่นว่าเชื่อมต่อเครือข่ายไม่ได้ ลองไปตรวจสอบแล้วพบว่า มีการสร้างการเชื่อมต่อไว้มากมาย เกิดจากการที่ Ubuntu มีการช่วยเหลือมากเกินไป สร้าง Connection ง่ายเกินไป ต้องไปลบให้หมดเหลือไว้เพียง Auto eth0 ไว้ตัวเดียวและกำหนดค่า Fix IP ไว้เลยจะได้ไม่ต้องค้นหาแบบอัตโนมัติให้เสียเวลา ผู้เรียนจะได้ไม่ไปยุ่งกับการสร้างการเชื่อมต่อใหม่

        ช่วงนี้ ครูหลายคนรายงานว่าพบโฟลเดอร์ไฟล์เกม.exe บนเดสก์ท็อปมากมายในทุกเครื่อง แต่ไม่เห็นมีการเล่นเกมเดิมๆ ในปีที่แล้ว เจอแต่เล่นเกมที่มีมาพร้อม Ubuntu ประเภทเกมไพ่ Gweled, Mahjongg เท่านั้น แต่ก็มีนักเรียนหลายคนมาถามผมตรงๆ ว่า "รหัสผ่านเครื่องคืออะไรครับ จะติดตั้ง wine ให้" (นั่นเอาเข้าไป ปัญหาทำให้เกิดการค้นคว้า เรียนรู้และอยากลอง ดีจริงๆ)

 

นักเรียนกำลังใช้งานในการเรียนออนไลน์
นักเรียนกำลังใช้งานอูบุนตูกับการสอบออนไลน์

 การติดตั้ง Ubuntu 9.07 ด้วย Live USB
   
        หลังจากทดลองใช้งานมาประมาณ 3 เดือน ก็ได้มีการประชุมระหว่างผู้สอนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมา พบว่า ใช้งานได้เข้าที่เข้าทางกันแล้ว และน่าจะปรับปรุงเวอร์ชั่น มาใช้ตัวพร้อมใช้งานสำหรับคนไทย คือ Ubuntu 9.07 PE แต่ติดตรงปัญหาที่เราจะเหนื่อยในการเปิดฝาเครื่องเพื่อต่อเชื่อมซีดีเข้าไป แล้วทำการติดตั้ง เพราะเครื่องนักเรียนทุกเครื่องไม่มีไดรว์ซีดี/ดีวีดี และเห็นว่าใน ShopIT ของอูบุนตูคลับ และในฟอรั่มกล่าวถึงการทำ Live USB กันอยู่บ่อยๆ ก็เลยคิดจะสร้าง Ubuntu 9.07 PE Live USB บ้าง

        จากการค้นหาก็พบว่า ทำได้ง่ายๆ และประสบผลสำเร็จในการติดตั้งด้วยดี วิธีการสร้างต้องเตรียมซอฟท์แวร์และอุปกรณ์ดังนี้

  1. ดาวน์โหลดไฟล์สำหรับใช้ในการทำ Live USB ซึ่งมี 2 เวอร์ชั่น ใช้บนวินโดว์ดาวน์โหลดจากที่นี่ http://unetbootin.sourceforge.net/unetbootin-windows-latest.exe หรือเวอร์ชั่นบนลินุกส์จากที่นี่ http://unetbootin.sourceforge.net/unetbootin-linux-latest เหตุที่ต้องใช้ซอฟท์แวร์นี้เพราะสามารถจัดทำ Live USB ได้หลายดิสโตร ไม่จำกัดเฉพาะ Ubuntu จะได้สะดวกในการใช้งานในครั้งต่อๆ ไป
  2. เตรียม USB Drive 2GB ขึ้นไป ตามจำนวนที่ต้องการ เหตุที่ต้องขนาดใหญ่ก็เพราะว่า บางดิสโตรจะมีไฟล์ในการติดตั้งแพ็กเกจจำนวนมาก อย่าง Ubuntu 9.07 PE ก็เกือบ 1.5GB แล้ว

ขั้นตอนการสร้าง Live USB บนวินโดว์
  1. ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ USB ที่ต้องการทำเข้ากับเครื่อง แล้วดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ unetbootin-windows-357.exe ให้ทำงาน (ไม่ต้องติดตั้ง) จะพบกับหน้าต่างโปรแกรมดังภาพ
สร้าง Ubuntu USB Live
  1. จากภาพ หมายเลข 1 ให้เลือกดิสโตรของลินุกส์ที่จะใช้ทำ Live USB ซึ่งมีให้เลือกมากมายทั้ง Fedora, OpenSUSE, FreeBSD, CentOS และอื่นๆ ในกรณีผู้เขียนก็เลือกเป็น Ubuntu
  2. หมายเลข 2 ก็จะเป็นการเลือกเวอร์ชั่น ผู้เขียนเลือกเป็น 9.04_Live (เพราะ Ubuntu 9.07 PE พัฒนามาจาก Ubuntu 9.04)
  3. หมายเลข 3 เลือก Diskimage จากไฟล์ ISO ให้คลิกที่ปุ่มขวามือสุดเพื่อ Browse ไปที่ไฟล์นั้น ส่วนบรรทัดถัดมาที่เป็น Custom นั้นสามารถเลือก Kernel จากแหล่งดาวน์โหลดบนเว็บไซต์โดยตรงได้ ถ้าความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อเร็วพอ
  4. หมายเลข 4 คือไดรว์ USB ที่เครื่องตรวจพบ (ให้ระวังในการเลือกเมื่อเครื่องนั้นมีไดรว์ USB หลายไดรว์ ข้อมูลสำคัญอาจสูญหายได้)
  5. เสร็จแล้วคลิก OK ได้เลย รอให้ซอฟท์แวร์ดำเนินการจนเสร็จสิ้น (นานหน่อยนะครับใจเย็นๆ ประมาณ 30 นาที ทำไว้ล่วงหน้าดีที่สุด) สามารถนำไปใช้บูตเครื่องเพื่อติดตั้งต่อไป
โปรแกรมกำลังทำการถ่ายโอนไฟล์ .iso มายัง USB

 
ขั้นตอนการสร้าง Live USB บนลินุกส์
   
        ขั้นตอนโดยรวมไม่ต่างกันกับบนวินโดว์ จะแตกต่างกันที่เราต้องกำหนดให้ไฟล์ unetbootin-linux-356 ที่ดาวน์โหลดมาสามารถรันได้ก่อน (ทำให้มีคุณสมบัติ Execute) ซึ่งไม่ยาก ปกติไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาโดย Firefox ผู้เขียนจะเก็บไว้ที่ Desktop ดังนั้นต้องเปิด Terminal ขึ้นมาแล้วเข้าไปที่ Desktop ด้วยคำสั่ง cd Desktop แล้วสั่งไฟล์ให้รันได้ด้วยคำสั่ง chmod +x ./unetbootin-linux-356 กด Enter เป็นอันเรียบร้อย ดังภาพ

 

สร้าง USB Live บนอูบุนตู

 หรืออีกวิธีหนึ่งแบบบ้านๆ เลยให้คลิกขวาที่ไฟล์ เลือก Properties แล้วกำหนดสิทธิดังในภาพก็เรียบร้อย (บอกวิธีนี้เสียแต่แรกก็จบแล้ว)

อันนี้ง่ายกว่า คลิกแล้วก็คลิก OK

 จากนั้นปิดหน้าต่างไป แล้วดับเบิ้ลคลิกไฟล์ให้ทำงาน จะมีกรอบหน้าต่างให้ใส่รหัสผ่านของเราลงไป ก็จะพบกับหน้าต่างซอฟท์แวร์ตัวเก่งดังภาพล่าง วิธีการก็เหมือนกับในวินโดว์ เสร็จแล้วก็นำไปบูตได้เลย

หน้าตาซอฟท์แวร์เหมือนกันเลย

 เมื่อได้ USB Ubuntu 9.07PE Installer มาพร้อมแล้ว เราก็จัดการติดตั้งกันเลย ปรากฏว่า บูตไม่ได้ หาไม่เจอ เอ... เราพลาดอะไรไปนะ แล้วก็มาถึงบางอ้อ (เครื่องที่ใช้เป็น ACER FH Core2Duo, HDD 80GB, RAM 1GB) ขั้นตอนการบูตต้องเสียบเจ้า USB เข้าไปก่อน แล้วขณะกำลังบูตเลือกกด F12 เพื่อเลือกลำดับการบูตให้เลือกเป็น HDD กดปุ่ม Enter เข้าไปก็จะเจอ HDD USB Drive ของเรา จากนั้นก็จะบูตเข้าสู่ LiveCD Ubuntu สั่งติดตั้งได้เลย (ท่านที่ใช้เครื่องยี่ห้ออื่นๆ ลองดูที่หน้าไบออสขณะบูตเครื่องจะดีที่สุด อย่าง Notebook HP Pavilion ต้องกดปุ่ม F9 เลือกลำดับการบูต)

 

สนุกได้ไม่แพ้วินโดว์
เรียนแล้วจะแว๊บไปดูเว็บสวยๆ บ้างก็ได้

 การติดตั้งด้วย USB กับเครื่อง 186 เครื่องใช้เวลา 2 วัน แบบสนุกสนานกับอุปกรณ์ USB จำนวน 12 ตัว คนติดตั้ง 4 คน วิ่งไปมาสลับเครื่องโน้นเครื่องนี้คอยกดคีย์บอร์ด กรอกข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นในการติดตั้ง และทำการอัพเดทแพ็กเกจต่างๆ

        สำหรับเครื่องครูผู้สอนจำนวน 6 เครื่อง มีปัญหาเรื่องการแสดงผลออกจอมอนิเตอร์และจอทีวีในห้องเรียนมาก เพราะในเครื่องติดตั้ง VGA Card ATi Raedon ซึ่งอัพเดทไดรเวอร์ก็แล้ว สารพัดวิธีการไม่ผ่านครับ เลยขอให้บริษัทเจ้าของเครื่องเปลี่ยนการ์ดจอให้ใหม่เป็น Nvidia ที่มีขั้วต่อแบบ S-Video มาด้วย ปรากฏว่าแค่อัพเดทแพ็คเกจก็สามารถตั้งค่าให้ออกสองจอพร้อมกันได้ทันทีเลย จึงขอแนะนำให้เลือกไว้ใช้งานตั้งแต่ต้นจะหมดปัญหา

        ตอนนี้ใช้ Ubuntu 9.07 PE นี่แหละ ก็สอนได้หมดครับ เท่าที่ซอฟท์แวร์ฝั่ง M$ เขามีเราก็มีครบๆ เลย บางตัวต้องติดตั้งเพิ่มก็ไม่ยาก

        เจอปัญหาเหมือนกัน เกิดตอนต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีโปรแกรมหนึ่งที่มันไม่มีในลินุกส์เลย GSP Sketchpad สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เขาซื้อลิขสิทธิ์มาใช้สอนวิชาคณิตศาสตร์ แจกมาให้โรงเรียน แล้วบังเอิญที่โรงเรียนผมดันได้รับมอบหมายให้เป็นศูนย์จัดการแข่งขันระดับภาค ต้องใช้ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ในการสอบแข่งขัน มึนตึ๊บเลยครับ

        ใช้บน Wine ก็ไม่ได้ลองแล้ว (กำลังแสวงหามือดีที่จะสร้างโปรแกรมนี้แบบ Portable มาใช้งานอยู่) ผมเลย ใช้ VirtualBox ติดตั้ง Windows XP และติดตั้ง GSP Sketchpad ลงไป มันก็ทำงานได้อยู่หรอก แต่พอทดสอบสั่งรันโปรแกรมเพื่อแสดงผลแฮงค์กระจายเลย เมาส์ หาย ทำอะไรไม่ได้ กดคีย์บอร์ดไม่ตอบสนอง ต้องบอกให้นักเรียนเซฟงานก่อนทดสอบ ไม่งั้นรีบูตมาจะไม่เหลืองานที่สร้างไว้

        ก็ผ่านไปได้อย่างทุลักทุเลพอสมควร แถมตอนจะเซฟงานออกมาดันมองไม่เห็น USB Drive อีก ต้องใช้การ FTP จาก Filezilla เข้าไปเก็บในเซิร์ฟเวอร์ก่อนค่อยเอามาคืน วุ่นวายน่าดูครับ ปัญหามีไว้แก้ แน่แท้จริงๆ

        ปีหน้าว่าจะรุกเข้าไปในสำนักงานทุกแห่งดู กำลังกล่อมเป็นกลุ่มๆ ไปครับ เพราะงานส่วนใหญ่ก็พิมพ์เอกสาร สเปรดชีท นำเสนอ แค่นี้ Ubuntu เอาอยู่ ผมเคยติดตั้ง OO จากชุดซีดีจันทราของซิป้า ลงในเครื่องที่มีระบบปฏิบัติการวินโดว์ของห้องธุรการ แล้วทำช็อทคัท พิมพ์บันทึกข้อความที่นี่ หนังสือราชการที่นี่ ก็ไม่มีใครสงสัยนะ ใช้กันได้เป็นสัปดาห์เลยล่ะ มาความแตกตอนที่เขาหาการตั้งค่ากระดาษเปลี่ยนจาก A4 > F4 ไม่เจอนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าไม่ใช่ MS Word ที่คุ้นเคย

        ช่วยๆ กันครับ จริงๆ แล้วอยากได้ทีมแบ็คอัพดีๆ เหมือนกัน เพราะบางทีกระทันหันหาตัวช่วยไม่ทันลำบากครับ อย่างตอนที่ VirtualBox มันหาไม่เจอ USB Drive ผมมาค้นหาในฟอรั่มอูบุนตู และเพื่อนกูตั้งหลายชั่วโมง แต่ก็แก้ไม่ได้ ไม่ทันการ เลยต้อง FTP ดังที่ว่านั่นแหละ ใครอาสาก็ช่วยบอกเบอร์โทรที่สามารถติดต่อได้ทันการหน่อยนะครับ (เอาแบบดื้อๆ เลยนะ)

เครื่องผู้เขียนเองแหละ

 เครื่องที่ใช้งานประจำของผู้เขียน (รกดีจัง)


        หลังจากทดลองใช้มาใกล้จะผ่านพ้นภาคเรียนแรกมาแล้วก็พบว่า ทุกคนมีความสุข เข้าใจในวิธีการใช้งาน สนุกกับสิ่งที่ตนกำลังค้นหา แม้ว่าบางเรื่องต้องเรียนรู้ใหม่ ลืมบรรดาคำสั่งหรือช็อทคัทเก่าๆ ที่เคยใช้ในวินโดว์ มาจดจำคำสั่งใหม่ๆ จากซอฟท์แวร์ที่รันบนอูบุนตู เมื่อเราก้าวมาได้ระยะทางหนึ่งแล้ว ความตั้งใจของเราคืออยากทำให้โรงเรียนของเราเป็น OpenSource ทั้งระบบ (คิดจะลามขึ้นไปบนห้องธุรการ สำนักงานอื่นๆ เพราะเห็นใช้กันแค่งานออฟฟิศเท่านั้น ซึ่ง OpenOffice รองรับได้อยู่แล้ว) แม้จะยากแต่ก็ท้าทาย สำหรับโรงเรียนอื่นๆ ที่คิดจะนำไปใช้งาน คณะพวกเรายินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แล้วต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง

  • ความมุ่งมั่นของกลุ่มผู้ใช้งาน ในที่นี้คือครูผู้สอนที่ต้องพร้อมจะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากถ้าเราคิดจะก้าวไปข้างหน้า เพราะบางครั้งในการสอนนักเรียนเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ พอกล่าวถึงเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์ เรามักจะพูดได้ไม่เต็มปากนักเวลานักเรียนถามครูว่า ซอฟท์แวร์ในห้องเรียนของเราซื้อลิขสิทธิ์มาถูกต้องทุกเครื่องหรือไม่ ครั้นจะตอบว่า ซื้อมาซิแผ่นหนึ่งตั้งร้อยบาท ก็ศรีธนญชัยเกินไป แต่เมื่อเราใช้ OpenSource เราจะยิ้มร่าและพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยทีเดียวว่า ของเรามีลิขสิทธิ์ถูกต้องทุกโปรแกรม
  • การสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร สำคัญมากถ้าคิดจะปรับเปลี่ยน และเป็นฝ่ายที่เข้าใจอะไรยากโดยเฉพาะในเรื่องไอที โชคดีที่ผมมีเพาเวอร์ในเรื่องนี้มากจึงไม่มีปัญหา (ความจริงเขาน่าจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่ไม่ต้องตกเป็นจำเลยที่ 1 เมื่อกลุ่ม BSA เข้ามาเยี่ยมเยือนถึงโรงเรียน)
  • ทีมงานสนับสนุน ก็คนที่จะช่วยเหลือเราได้ในการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างคนในอูบุนตูคลับนี่ไง www.ubuntuclub.com ถ้ามีบุคลากรในหน่วยงานที่สามารถในเรื่องการใช้งานลินุกส์ (โดยเฉพาะคำสั่งคอมมานด์ไลน์) จะดีมากๆ เพราะบางครั้งการแก้ปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้น อาจจำเป็นต้องใช้ผู้รู้ในด้านนี้ จริงๆ เราก็ศึกษาจากการอ่านได้เหมือนกัน (โชคดีที่ผมเรียนรู้คอมพิวเตอร์มาจากดอส และเครื่องคอมพิวเตอร์จอเขียว 8088 เลยพอกล้อมแกล้มกับคำสั่งคอมมานด์ไลน์บ้าง และมีน้องที่ร่ำเรียนและคุ้นเคยกับลินุกส์จาก ม.เกษตรศาสตร์ มาช่วยงานเลยง่ายหน่อย) และที่ขาดไม่ได้เลยเพื่อนกู (Google) สำหรับการค้นหาเรื่องราวที่ติดขัดในการใช้งานและต้องการแก้ไขโดยพลัน
ถ้ามีไม่ครบก็ไม่เป็นไรขอให้ใจคุณเกิน ร้อย มุ่งมั่นที่จะใช้งานให้เกิดประโยชน์กับเยาวชนและประเทศชาติ คงไม่ต้องบอกว่าเราจะประหยัดงบประมาณมากมายเพียงใด ถ้าคนไทยหันมาใช้โอเพ่นซอร์สกันมากๆ อย่างน้อยๆ เราก็ไม่ต้องส่งออกข้าวแสนตันเพื่อแลกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมซอฟท์แวร์พันเครื่องแน่ๆ ไม่ต้องรอให้รัฐบาล (ที่มีนักการเมืองและพ่อค้าในร่างเดียวกัน) สั่งการให้โอเพ่นซอร์สเป็นโอเอสแห่งชาติหรอกครับ เรามาเริ่มจากรากหญ้าฟันฝ่าขึ้นไปบนยอดดอยกันดีกว่า สู้ๆๆๆๆๆ ครับ

ผู้เขียน : นายมนตรี โคตรคันทา
เว็บไซต์ : http://www.krumontree.com
อีเมล์ : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 06 ตุลาคม 2009 เวลา 22:14 น.)