Moral Principle
" . . . ผู้หนักแน่นในสัจจะ พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงจะได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือ และความยกย่องสรรเสริญจากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริงทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม . . ." พระบรมราโชวาท |
ไทรงามและธงเขียวแดง
ที่มาของ ไทรงามและธงสีเขียวแดง
|
เมื่อสร้างเสร็จใหม่ๆ พระสารศาสตร์ประพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น มาเป็นประธานในพิธีเปิดในปี พ.ศ. 2478 นั่นเอง ในนามโรงเรียน "เบ็ญจะมะมหาราช" ตามเดิม ในการทำพิธีเปิดมีการจัดกิจกรรมฉลองด้วยการออกร้านจำหน่ายสินค้า การแข่งขันกีฬา และมหรสพเฉลิมฉลองถึง 3 วัน 3 คืน เป็นที่สนุกสนานครึกครื้นพอสมควร จึงนับเป็นโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช หลังที่ 2 (อาคารนี้ยังคงอยู่ในบริเวณด้านหลัง ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ในปัจจุบัน) ต่อมา พ.ศ. 2480 อาจารย์น้อม วนะรมย์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ได้ก่อสร้างหอประชุมเป็นโรงยาว โรงฝึกการฝีมือเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายอาคาร ที่สำคัญที่สุด ท่านได้นำเอาต้นไทรมาปลูกไว้ด้านหลังโรงเรียนใกล้กับแท้งก์น้ำให้นักเรียนทุกคนร่วมปลูก และท่านได้กล่าวว่า ลูกเบ็ญจะมะทุกคนคือลูกไทรงาม ใครจะลบหลู่ดูหมิ่นไม่ได้ ถ้าใครลบหลู่ดูหมิ่นไม่นับถือขอให้มีอันเป็นไป เป็นการสาปแช่งในขณะที่ทำการปลูกนั้น ต้นไทรงามต้นนั้นก็เจริญงอกงามขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็น "สัญลักษณ์" ของโรงเรียน และศิษย์เบ็ญจะมะฯ ทุกคนจะเรียกตนเองว่าเป็น ลูกไทรงาม และต่างถือต้นไทรงามนั้นเป็นที่เคารพแต่นั้นมาจนปัจจุบัน สำหรับตราประจำโรงเรียนนั้น เมื่อแรกอาจารย์น้อมท่านได้กำหนดตราให้เป็นรูปต้นไทรมีอักษร "ร" เกี่ยวที่ลำต้นไทรมีเลข "๕" อยู่ด้านล่างมีรัศมีกระจายเป็นวงรอบต้นไทรมีชายผ้าเป็นธงปลาย 2 แฉก และเขียนตรงกลางว่า "เบ็ญจะมะมหาราช" ไว้ด้านล่าง ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงออกแบบให้เข้ากับสมัยโดยเปลี่ยนเป็นมงกุฎครอบเลข "๕" ตั้งอยู่บนฐานดอกบัวจนทุกวันนี้ (ตรานี้ได้รับการปรับรูปแบบให้ถูกต้องสมบูรณ์ โดยนายช่างกรมศิลปากร เมื่อครั้งพิธีเปิดอาคารเรียนสิรินธร) ส่วนสีธงของโรงเรียนนั้น เมื่อเดิมมีการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนต่างๆ สมัยนั้นยังไม่มีอัฒจันทร์สำหรับนั่งดูกีฬา นักเรียนต่างรุมดูอยู่รอบสนามปะปนกัน ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างนักเรียนต่างโรงเรียน โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชจึงได้ทำธงสามเหลี่ยม 2 ผืน ผืนหนึ่งสีเขียวอีกผืนหนึ่งสีแดง นำไปปักไว้เป็นเขตดูกีฬา กำหนดให้นักเรียนโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชต้องเข้าไปยืนดูอยู่ระหว่างธง 2 ผืนนี้ ธงสีเขียวแดงจึงกลายมาเป็นสีของธงโรงเรียนจนกระทั่งบัดนี้ |
- พ.ศ. 2478 โรงเรียนได้ย้ายมายังสถานที่แห่งใหม่ทางด้านทิศตะวันตกของทุ่งศรีเมือง ( บริเวณหลังศาลากลางจังหวัดในปัจจุบัน ) เป็นอาคารเรียนไม้สองชั้น 20 ห้องเรียน ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2478 (ปัจจุบันอาคารเรียนหลังนี้ยังคงอยู่ และใช้เป็นสำนักงานของสำนักงานราชพัสดุและส่วนราชการของจังหวัด)
- พ.ศ. 2489 เปิดสอนชั้นเตรียมอุดมศึกษา แผนกวิทยาศาสตร์
- พ.ศ. 2503 เริ่มใช้หลักสูตรมัธยมศึกษา ตามแผนการศึกษาชาติ พุทธศักราช 2503
- พ.ศ. 2513 โรงเรียนได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาการศึกษา โรงเรียนมัธยมแบบประสม แบบที่ 1 รุ่นที่ 4
ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ในระหว่าง พ.ศ. 2477 - 2516 ที่ได้อยู่รับราชการดูแลอาคารหลังที่ 2 เป็นเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ ได้แก่ นายน้อม วมะรมย์, นายสกุล สิงหไพศาล, นายเข็บ พฤกษพิทักษ์, นายวินัย เกษมเศรษฐ์, และนายขวัญ จันทนปุ่ม เป็นท่านสุดท้าย
|
|
โรงเรียนหลังที่ 3 ณ ที่ตั้งปัจจุบัน
ในที่สุด พ.ศ. 2511 - 2512 นายพัฒน์ บุณยรัตนพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้นได้ตกลงระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการอย่างไร คณะครูอาจารย์โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชไม่ทราบในรายละเอียดชัดแจ้ง ท่านได้ให้เจ้าหน้าที่มาปักหมุดวางผังบริเวณเสาธงและสนามฟุตบอล โดยบอกว่าจะสร้างศาลากลางจังหวัดในบริเวณนั้น ด้วยความแปลกใจและตกใจของครูอาจารย์และนักเรียน ในที่สุดก็ได้ทราบว่า จะใช้บริเวณโรงเรียนสร้างเป็นบริเวณศาลากลางจังหวัดจริงแทนศาลากลางจังหวัดหลังเก่าที่เล็กและคับแคบ (พิพิธภัณฑ์สถานจังหวัดอุบลราชธานีขณะนี้)
ต่อมาทางการได้อนุมัติเงินงบประมาณ 11 ล้านบาทเศษ สร้างโรงเรียนขึ้นใหม่เพื่อให้โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชย้ายไปอยู่ที่ตำบลท่าวังหิน ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ แปลงเลขที่ 1776 โดยในขณะที่กำลังสร้างหลังใหม่นั้น โรงเรียนหลังเก่าก็ยังทำการสอน เป็นการรอโรงเรียนที่กำลังสร้างใหม่ และศาลากลางจังหวัดก็ดำเนินการก่อสร้างไปพร้อมๆ กัน
|
|
โรงเรียน "เบ็ญจะมะมหาราช" แห่งใหม่นี้ สร้างเป็นอาคารคอนกรีตจำนวนหลายหลังในเนื้อที่กว้างขวางมากประมาณ 150 ไร่ 15.9 ตารางวา ตั้งอยู่เลขที่ 600 ถนนสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี อาณาเขตทิศเหนือจรดบ้านพักอาจารย์สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ทิศใต้ (ด้านหน้า) จรดถนนสรรพสิทธิ์ ทิศตะวันออกจรดซอยชื่นจิต ทิศตะวันตกจรดถนนหน้าที่ทำการการประปา ได้ทำการก่อสร้างจนสำเร็จเรียบร้อย และได้ย้ายนักเรียนจากหลังเก่ามาเรียนในที่แห่งใหม่นี้ ใน พ.ศ. 2516 ในนาม "โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช" ตามเดิม มีนายอภัย จันทวิมล ปลัดกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นมาเป็นประธานในพิธีเปิด
โรงเรียนหลังที่ 3 นี้ มีบริเวณกว้างขวางมาก มีอาคารเรียน หอประชุม ศูนย์กีฬา โรงอาหาร และอาคารประกอบอื่นๆ เป็นจำนวนมาก มีห้องเรียนทั้งหมดถึง 99 ห้อง นับเป็นโรงเรียนที่กว้างขวางใหญ่โตแห่งหนึ่ง
![]() |
![]() |
- ปัจจุบัน โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาส่วนภูมิภาคขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนตามหลักสูตรสายสามัญ ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 แบบสหศึกษา
- "เบ็ญจะมะมหาราช" ชื่อนี้ไม่เหมือนใคร และต่างจากโรงเรียนที่ชื่อขึ้นต้นด้วย "เบญจ" ทั้งหลาย ก็ด้วยถือเอาตามลายพระหัตถ์ที่ สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ได้ประทานนามไว้เมื่อปี พ.ศ. 2458 และเป็นโรงเรียนเดียวที่ต่อท้ายด้วย "มหาราช" ในประเทศไทย และใช้ชื่อภาษาอังกฤษตามที่กรมวิชาการกำหนดให้ใช้ในการออกเอกสารใบรองรองผลการเรียน (Transcript) ว่า Benchama Maharat School เพื่อให้ เป็นอนุสรณ์แด่ องค์ผู้ประทานนาม ทางโรงเรียนจึงกำหนดชื่ออาคารเรียนต่าง ๆ ตาม พระนามของพระองค์ท่าน ดังนี้
- "มหาราช" คือ อาคารเรียนวิทยาศาสตร์
- "จักรพงษ์" คือ อาคารเรียนที่ 1 ตึกอำนวยการ
- "ภูวนาถ" คือ อาคารเรียนที่ 2
- "ปิยะ" คือ อาคารเรียนที่ 3
- "ประชานาถ" คือ อาคารเรียนที่ 4
- "สิรินธร" คือ อาคารเรียนที่ 5 (นามพระราชทาน)
ระยะเวลา 30 กว่าปีมา ณ สถานที่แห่งใหม่ โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารโรงเรียนหลายท่านตามลำดับ ดังนี้ นายเนย วงศ์อุทุม, นายบัญญัติ บูรณศิริ,นายอุดรมหาเมฆ, นายคำพันธุ์ คงนิล, นายมงคล สุวรรณพงศ์, นายประดิษฐ์ ศรีวรมาศ, นายวินัย เสาหิน, นายสมพงษ์ โลมะรัตน์, นายอิทธิพล ทองปน, นายสมจิต บุตรทองทิม และ ดร. ประยงค์ แก่นลา ซึ่งเป็นผู้อำนวยการคนปัจจุบัน









































